พระพุทธเทวปฏิมากร

9หน้าตัก ๕ ศอกคืบ ๔ นิ้ว

พระประธานในพระอุโบสถ9

     พระพุทธเทวปฏิมากร พระองค์นี้ ย่อมนิยมกันว่าเป็นพระพุทธรูปโบราณมีพระลักษณะอันงามยาวที่จะหาพระพุทธรูปอื่นมาเปรียบได้ และใครจะเป็นผู้สร้างและได้สร้างขึ้นเมื่อใดนั้นหาทราบไม่ แต่ปรากฏในศิลาจารึกวัดพระเชตุพนฯ ว่า เดิมประดิษฐานอยู่ ณ วัดศาลาสี่หน้า คือวัดคูหาสวรรค์บัดนี้ เมื่อ พ.ศ. ๒๓๓๒ พระบาทสมเด็จฯ พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ทรงสถาปนาวัดโพธารามซึ่งเป็นอารามเก่า ให้เป็นพระอารามใหญ่โตสำหรับพระนคร ทรงขนานนามว่า วัดพระเชตุพนฯ ครั้งนั้น จึงโปรดฯ ให้เชิญมาปฏิสังขรณ์สำเร็จแล้ว ทรงบรรจุพระบรมธาตุแล้วเชิญประดิษฐานเป็นพระประธานใน พระอุโบสถ ถวายพระนามว่า “พระพุทธเทวปฏิมากร”

     ต่อมาในรัชกาลที่ ๓ พระบาทสมเด็จฯ พระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงปฏิสังขรณ์วัดพระเชตุพนฯ เป็นการใหญ่อีกครั้งหนึ่ง เมื่อ พ.ศ.๒๓๗๕ โปรดฯ ให้รื้อพระอุโบสถเก่าซึ่งสร้างไว้ตั้งแต่ครั้งรัชกาลที่ ๑ ลงทั้งสิ้น แล้วทรงสร้างขึ้นใหม่ให้ใหญ่โตกว่าเก่า ส่วนฐานพระพุทธเทวปฏิมากรนั้นรื้อของเก่าทำขึ้นใหม่ขยายเป็น ๓ ชั้น พระสาวกเดิมมี ๒ องค์ ทรงสร้างขึ้นใหม่อีก ๘ องค์ รวมเป็นพระสาวก ๑๐ องค์ ดังที่ปรากฏอยู่ทุกวันนี้

     ครั้นถึงรัชกาลที่ ๔ พระบาทสมเด็จฯ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชดดำริถึงพระบรมอัฐิพระบาทสมเด็จฯ พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ซึ่งพระเจ้าลูกเธอในรัชกาลนั้นได้รับพระราชทานไปกระทำสักการบูชา เมื่อเจ้านายพระองค์นั้นๆ สิ้นพระชนม์ไปแล้ว ไม่มีใครพิทักษ์รักษาได้เชิญมาเป็นของหลวงมีอยู่ ควรจะประดิษฐานไว้ให้มหาชนได้กระทำสักการบูชาโดยสะดวก จึงโปรดฯ ให้บรรจุพระบรมอัฐิในกล่องศิลา แล้วเชิญมาบรรจุไว้ในพุทธอาศน์พระพุทธเทวปฏิมากร และยังมีคำที่เล่าสืบกันมาว่าถึงพระอุณาโลมพระพุทธเทวปฏิมากรนั้น พระบาทสมเด็จฯ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวก็ได้โปรดฯ ให้สร้างถวายในครั้งนั้นด้วย

     อนึ่งพระพุทธเทวปฏิมากรพระองค์นี้ ชรอยพระบาทสมเด็จฯ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจะทรงเคารพนับถือว่าเป็นเจดีย์สถานสำคัญแห่งหนึ่งมาช้านานแล้ว เพราะปรากฏในจดหมายเหตุว่า เมื่อได้ทรงรับพระบรมราชาภิเศกเสร็จแล้ว ได้เสร็จพระราชดำเนิรเลียบพระนครโดยสถลมารคเมื่อ ณ วันอังคาร เดือน ๖ แรม ๕ ค่ำ ปีกุญ พ.ศ. ๒๓๙๔ ครั้งนั้น จึงได้เสด็จประทับพระอุโบสถทรงกระทำสักการบูชาพระพุทธเทวปฏิมากรเป็นปฐม เรื่องนี้เลยเป็นพระราชประเพณีตั้งแต่นั้นสืบมา คือเมื่อเสด็จพระราชดำเนิรเลียบพระนครโดยสถลมารคนั้น ย่อมเสด็จประทับ ณ พระอุโบสถทรงกระทำสักการบูชาพระพุทธเทวปฏิมากรสืบมาทุกรัชชกาล

     ราชดำเนิรเลียบพระนครโดยสถลมารคนั้น ย่อมเสด็จประทับ ณ พระอุโบสถทรงกระทำสักการบูชาพระพุทธเทวปฏิมากรสืบมาทุกรัชชกาล



 
      หน้าแรก
      ประวัติ
        โครงสร้างการบริหารวัดพระเชตุพน
        ระเบียบวัดพระเชตุพน
        เกร็ดประวัติวัดโพธิ์
        อดีตเจ้าอาวาสวัดพระเชตุพน
        เจ้าอาวาสองค์ปัจจุบัน
        ชมรมศิษย์วัดพระเชตุพน
        การเดินทางมาวัดโพธิ์
        หนังสือวัดโพธิ์
      สถานที่น่าสนใจ
        พระอุโบสถ
        พระมหาสถูปและกำแพงแก้ว
        พระระเบียงและพระวิหารคด
        พระมหาเจดีย์สี่รัชกาล
        เขามอและเขาฤาษีดัดตน
        ศาลาราย
        โบราณวัตถุ
        พระวิหารพระพุทธไสยาส
        พระมณฑป
        ศาลาการเปรียญ
        โรงเรียนแพทย์แผนโบราณ
        ตุ๊กตาจีน
        ตำหนักวาสุกรี
        หอสมุดสมเด็จ ว.ผ.ต.
        ชุมชนข้างวัดโพธิ์
      ตำนานพระพุทธรูปสำคัญ
        พระพุทธเทวปฏิมากร
        พระพุทธโลกนาถ
        พระพุทธมารวิชัย
        พระพุทธชินราช
        พระพุทธปาลิไลย
        พระพุทธศาสดา
        พระพุทธไสยาส
        วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา
      ศิลาจารึก
        จารึกวัดพระเชตุพน
        สุภาษิตพระร่วง
        โคลงโลกนิติ
        ฉันท์กฤษณาสอนน้อง
        ตำราแพทย์แผนโบราณ
        รามเกียรติ์
      แพทย์แผนไทย
        โรงเรียนแพทย์แผนโบราณวัดโพธิ์
        การนวดตามท่าฤษีดัดตน
        รายละเอียดหลักสูตร
      กระทู้วัดโพธิ์
      สถานศึกษาในวัด
        ร.ร.พระปริยัติธรรม
        แผนกทัศนะศึกษา
        ร.ร.บาลีสาธิตศึกษา
        ศพอ. วัดพระเชตุพน
        ร.ร.ปถมศึกษาวัดพระเชตุพน
      หนังสือวัดโพธิ์
        หนังสือวิหารพระนอนวัดโพธิ์
        หนังสือตุ๊กตาศิลาจีน
        หนังสือเครื่องถ้วยวัดโพธิ์
        หนังสือโบสถ์วัดโพธิ์
        หนังสือประชุมจารึก
      อัลบัมภาพ
      รวมลิงค์
 
ไทย อังกฤษ
 
หน้าหลัก สมุดเยี่ยมชม กระดานสนทนา ข่าวประชาสัมพันธ์ ห้องสนทนา อัลบัมภาพ คำถามที่พบบ่อย ติดต่อเรา  
 
   
Copy Rights © 2007 The Royal Institute, All Rights Reserved. Online : 84
 
Developed & Designed by Net-Com Counter : 75530