พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกทรงปฏิสังขรณ์วัดโพธาราม (วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม) เมื่อ พ.ศ.๒๓๓๑ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้รวบรวมตำรายาและปั้นท่าฤาษีดัดตนไว้เป็นทาน รูปท่าฤาษีดัดตนที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๑ นั้นไม่ทราบจำนวนแน่ชัด เดิมปั้นด้วยดิน(๒)จึงชำรุดเสื่อมสภาพได้ง่าย
ต่อมาในรัชกาลที่ ๓ เมื่อวันที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๓๗๙ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดให้กรมหมื่นณรงค์หริรักษ์ (พระราชโอรสรัชกาลที่ ๑ พระนามเดิมพระองค์เจ้าชายดวงจักร)(๓) เป็นผู้ทรงกำกับช่างหล่อ รูปฤาษีดัดตนท่าต่างๆ รวม ๘๐ ท่า โดยหล่อด้วย สังกะสีผสมดีบุกเรียกว่า ชิน ปั้นแล้วตั้งไว้ตามศาลาลาย และจารึกบรรยายสรรพคุณไว้ เป็นโคลงสี่สุภาพแต่งโดยกวีมีชื่อในสมัยรัชกาลที่ ๓ แม้แต่องค์พระมหากษัตริย์ ก็ได้ทรงโคลงเองถึง ๖ บทด้วยกันนอกจากนี้ยังมี พระเจ้าน้องยาเธอ พระลูกยาเธอ ขุนนาง พระภิกษุ ตลอดจนสามัญชน รวม ๓๕ ท่าน ร่วมกันนิพนธ์ รวมทั้งสิ้น ๘๐ บท แล้วจารึกไว้ดังคำโคลงบานแผนกกล่าวว่า
จึ่งสมเด็จนฤบาล ธก็บรรหารเสาวพจน์ ให้ลิขิตบทโคลงทรงลงจารึกเศลาตราติดผนังกำกับ สำหรับรูปหล่อหลาย แล้วให้พนายจิตกรรม์สฤษฏิรังสรรค์เสาวเลข รจเรขชฎิล ดัดกายินถ้วนองค์ลงในสมุดดุจหล่อส่อท่าตราแผนไว้ ธก็ให้เลขกามาตย์ จำลองศาสตรเส้นรง แสดงโคลงทรงสืบสร้างเป็นตำหรับฉบับอ้างคู่หล้าแหล่งเฉลิม (๕)จะเห็นว่าหลังปั้นและแต่งโคลงเสร็จ ได้มีการวาดภาพลงสมุดไทย และมีโคลงกำกับไว้ ผู้วาดภาพ คือ ขุนรจนา ขุนอาลักษณ์ วิสุทธิอักษรเป็นคนตรวจทานเขียนโคลงลงในสมุดไทย ดังคำโคลง
| ข้าพระช่างวาดซ้าย | สมญา ยศฤา |
| เสนอชื่อรจนา | มาศรู้ |
| ชำนาญรจนาขวา | ตำแหน่ง หมื่นเอย |
| ฉลุลักษณนักสิทธ์ผู้ | ดัดถ้าทั้งมวญ |
| ขุนข้าอาลักษณนี้ | นามกร |
| คือวิสุทธิอักษร | ที่ตั้ง |
| ทานเทียบระเบียบกลกลอน | โคลงราช นี้พ่อ |
| จารึกอักขรทั้ง | เล่มสิ้นเสร็จแสดง |
การคัดลอกเสร็จ เมื่อแรม ๑๑ ค่ำ เดือน ๗ ปี จอ จ.ศ.๑๒๐๐ นับเป็นความรอบคอบอย่างยิ่งที่ได้มีการวาดภาพ และเขียนโคลงลงในสมุดไทยไว้ด้วย เพราะโคลงที่จารึกไว้ตามผนังศาลารายรอบวัดศูนย์เสียไปเป็นอย่างมาก เหลือบอกไว้เพียงเฉพาะชื่อบทนั้นๆ เท่านั้น อีกทั้งมีการเคลื่อนย้ายรูปปั้นทำให้คำโคลงแยกจากรูปปั้น ทำให้เกิดความสับสนสำหรับคนรุ่นหลังที่ต้องการศึกษา อีกทั้งคนไทยบางคนได้ทำลายมรดกของชาติ ด้วยการโขมยเอาไปขายอีกด้วย ได้มีผู้โขมยไปขายหลายครั้งที่จับได้มีหลักฐานคือ นายสุก ทหารรักษาวัง โขมยไปถึง ๑๖ ตน เหตุการณ์เกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๕ วันที่ ๑๔ กรกฎาคม ๒๔๓๘ (๒)การสูญหายเช่นนี้ทำให้เราไม่เห็นรูปปั้นดังเดิม และการปั้นขึ้นมาใหม่อาจทำให้ท่าดัดตนไม่สอดคล้องกับคำโคลงได้ ซึ่งจะเห็นได้ว่าได้มีการดัดลอกรวบรวมภาพ และโคลงฤาษีดัดตนกันต่อๆมา จากตำราหลายเล่มพบว่าภาพและโคลงไม่สอดคล้องและเพี้ยนไปบ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาพจากตำราศิลาจารึกวัดโพธิ์ (๑) ก็มีอยู่หลายภาพที่ไม่มีคำโคลงอธิบายหรือไม่สามารถนำโคลงมาจับคู่ได้ ทั้งนี้อาจเป็นท่าคิดค้นขึ้นมาใหม่ก็ได้ และบางตำรายังพบโคลงใหม่เพิ่มเติมจากโคลงเดิมอีกด้วย (๖)