HOME / Article / สำเนาพระราชดำริห์ ทรงสร้างพระพุทธไสยาสวัดพระเชตุพน

สำเนาพระราชดำริห์ ทรงสร้างพระพุทธไสยาสวัดพระเชตุพน


2641 VIEW | 7 ธ.ค. 61
วัดพระเชตุพน


สำเนาพระราชดำริห์ ทรงสร้างพระพุทธไสยาสวัดพระเชตุพน

จ.ศ. ๑๑๙๓ พ.ศ. ๒๓๗๔*

๏ ศิริศุภมัศดุ พระพุทธศักราชล่วงแล้วสองพันสามร้อยเจ็ดสิบสี่พระวษา (จ.ศ. ๑๑๙๓) กาลปีเถาะนักษัตรตรีณิศก พระบาทสมเดจ์บรมธรรมมฤกมหาราชาธิราชรามาธิบดี บรม นารถบรมบพิตรพระพุทธเจ้าอยู่หัวผู้เปนพระบรมภาคิไณยนารถ๑ เสดจ์เสวยมไหศวรรยาธิปัด ถวัลราชสรรตติวงษ์ ดำรงค์พิภพกรุงเทพมหานคร บวรทวาราวดีศรีอยุทธยามหาดิหลกภพ นพรัตนราชธาณีบุรีรมย์ อุดมราชนิเวศน์มหาสถาน ทรงพระราชศรัทธาให้กระทำการปฏิสังขรณะ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาวาศวรมหาวิหารพระอารามหลวง ด้วยพระกระมลหฤไทยกอประด้วย พระกตัญญูกัตเวทีธรรมเพื่อจะสนองพระเดชพระคุณพระบาทสมเดจ์พระพุทธยอดฟ้าพระบรม ไอยกาธิราชเจ้า๒ ซึ่งทรงถาปนาการไว้แต่ก่อน เรื่องความทั้งปวงมีแจ้งพิศฎารในแผ่นสิลาจาฤก ณะ พระวิหารพระพุทธโลกนารถโน้นแล้ว แลทรงพระราชดำหริะว่า พระพุทธปฏิมากรใหญ่ ยัง มิได้มีในพระมหานครนี้ จึ่งมีพระราชโองการมานพระบันทูลสุรสีหนาท ดำหรัดสั่งพญาศรีพิพัทธ์ รัตนราชโกษาแลพญาเพ็ชพิไชย ให้เปนแม่การถาปนาพระมหาวิหารแลพระพุทธไสยาศน์ใหญ่ ขึ้นไว้ในพระอารามนี้จะให้เปนที่สักการบูชา แก่เทพยดามานุษย์สรรพสัตวทั้งปวงทั่วสกลโลกธาต์ุ เปนมหากุศลโกษฐาษเจรืญพระเกิยรดิยศ ปรากฎิไปตราบเท้ากัลปาวสาน ให้ลงรักปิดทองบันจุ พระบรมสารีริกธาตุในพระอุตมังคศิโรตม์ แลพื้นฝ่าพระบาททั้งสองข้างนั้นให้ประดับมุกเปน พระลายลักษณกงจักรแลรูปอัษฐุตรสตะมหามงคลร้อยแปดประการ ที่ถานพระพุทธไสยาศน์นั้น ให้ช่างปั้นเปนบัวกลุ่ม พื้นแลแววประดับกระจกลงรักปิดทอง บนพื้นถานพระดาษสิลาลายเปน ลายสอง จำหลักเปนดอกไม้รายทับ เชืงถานประกอบสิลาลายจำหลักเปนลายฝรั่งปิดทอง มีราว เทียนรอบถานพระทั้งสี่ด้าน เม็ดเสาจำหลักเปนเฟืองหย่างเม็ดฝรั่งปิดทอง ลำเสาแลเหล็กราว ทาแดง มีจงกลหล่อด้วยทองเหลืองปิดทอง ติดรายเรียงบนราวเหมือนในพระอุโบศถ อนึ่งเสา ในประธานทั้งสองแถวแถวละสิบสองต้นเปนญี่สิบสี่ต้นนั้นให้เขียนลายน้ำมันพื้นแดงเปน ลายแย่ง เชืงเสาประดับด้วยสิลาลายหย่างเสาในพระอุโบศถ บนพื้นเพดานในประธานแลเฉลียง กับทั้งหน้ามุขพื้นแดงเขียนลายน้ำมันปิดทองเปนลายแย่งหย่างฝรั่ง ตัวขื่อพื้นน้ำเงืนเขียนลายปิด ทองมีตรวยเชืงแม่ลายเปนลายแย่ง ท้องตพานพื้นแดงเขียนเปนลายกุดั่นปิดทอง แลผนังบน ฅอสองในประธานทั้งสองข้างนั้นเขียนเรื่องดาวดึงษเทวโลกย์ ผนังฅอสองหน้ามุขทั้งสองด้าน เขียนรูปมหาวิหกหลายพรรณบินบนกลีบเมฆ แลรูปอัศดรกุญชรชาติต่างต่างสัญจรในอำพรวิถี แลเชืงผนังพระวิหารข้างในประกอบสิลาลายจนถึงที่วางเช็ดหน้าหน้าต่าง ผนังห้องหว่างหน้าต่าง ประตูเขียนเรื่องอัฐกถาอังคุตรนิกายเอกนิบาต ว่าด้วยยกเอตะทัคะพระขีณาศพเถรีสิบสามนิทาน อุบาสกสิบนิทานอุบาสิกาสิบนิทาน เปนสามสิบสามนิทานทั้งสิ้นด้วยกัน ผนังบนหน้าต่างขึ้นไป เขียนเรื่องมหาวงษ์พิศฎาร ที่แม่ลายต่อเชืงผนังนั้นติดสิลาลายจาฤกอักษรเส้นรงบอกเรื่องไว้ ทุกห้อง แลซุ้มปตูหน้าต่างนั้นปั้นเปนลายซุ้มกระจกลงรักปิดทอง เพดานซุ้มพื้นแดงเขียนลาย ก้านขดปิดทอง บานประตูหน้าต่างข้างนอกเขียนลายรดน้ำเปนแย่งเครือผูกอาวุธ หลังบานประตู ข้างในเขียนลายน้ำมันเปนนาคราชผ้นพิศม์ เจ็ดศีศะห้าศีศะสามศีศะแลศีศะเดียวบ้างต่างต่าง กันกับทั้งรูปมังกรแลม้าน้ำ หลังบานหน้าต่างข้างในเขียนลายน้ำมันเปนลายก้านขด ข้างประตู หน้าต่างข้างในเขียนเปนลายเครือดอกไม้ ข้างนอกประดับด้วยกระเบื้องเคลือบเปนลายดอกไม้ ตก เช็ดหน้าประตูหน้าต่างเขียนลาย รดน้ำเปนเครือมลิเลื้อย อนึ่งพื้นพายในพระวิหารแลหน้ามุข ทั้งสองข้างนั้นดาษด้วยสิลาลายทั้งสิ้น อัฒจันท์ซึ่งลงจากประตูพระวิหารด้านข้างทั้งสี่ประตูแล อัฒจันท์หน้ามุขพายนอกทั้งแปดแห่งนั้นตัวคั่นทำด้วยสิลาเมืองชลบุรี มีลูกแก้วบังคั่นทำด้วย สิลาลาย แลมีรูปลั่นถันยืนถืออาวุธต่างต่างทำด้วยสิลาเขียวสูงสามสอก มีถานสิลารอง ตั้งอยู่ ประตูละคู่ กับทั้งข้างอัฒจันท์หน้ามุขแห่งละคู่ เปนรูปลั่นถันญี่สิบสี่รูปทั้งสิ้นด้วยกัน แลพื้น เฉลียงเสารายรอบนอกพระวิหารทั้งสี่ด้านนั้นดาษด้วยสิลาแดงเมืองราชบุรี กรอบกระทำด้วยสิลา เมืองชลบุรีมีลูกแก้ว บนพื้นหน้ามุขทั้งสองข้างนั้นมีแท่นสิลาลายแผ่นใหญ่ตามแนวกำแพงแก้ว ข้างละแท่น มีแท่นลดสองข้างเปนข้างละสามแท่นด้วยกัน กำแพงแก้วหน้ามุขข้างนอกประกอบ สิลาลายเปนลายทั้วข้างในประดับกระเบื้องปรุะเคลือบศรีเหลือง แลเครื่องประดับพายนอก พระวิหารนั้น